A message from a student.

Nowadays, everyone wants to master English as it is accepted as the universal language that can bring you to new experiences and opportunities. Learning a new language is not an easy task, therefore, many people are seeking language schools that fit their goals and learning styles. There are many English language schools with different styles of teaching. Some give a guarantee of learning success, some give a chance for students to arrange their class schedule, some provide an immersive English environment, and some offer a private class for a student to customize their own class. However, among various kinds of schools that can be found in every corner of the city, which one is the most suitable for our own learning styles?

I had experienced and studied in many kinds of language schools, from well-known institutes with large classrooms, small classrooms, a fully English environment where I could arrange my timetable by myself, to a private class where everything is designed to suit my goals. There are different advantages in each school, thus, finding out which one is the most suitable for myself is the key to achieve my goals.

I embarked on my English learning journey in an elementary school, which did not help me communicate in English, merely provided fundamentals, so, I was looking for an English institute. In the language institutes with large or even small class sizes, I had a chance to meet new people and talk with them. However, the class size made it difficult to practice in speaking with a native teacher who often had to stand in front of the room and manage the class by him/herself. The school’s curriculum was fixed and each lesson was planned and taught according to a book. It sometimes made the class boring.

I felt that I had to look for another school that I would have more chances to speak and I thought a school with an immersive English environment was most suitable. In addition, I could arrange my schedule for learning by myself. What a flexible way of learning! I had developed my listening skill when I studied in this institute, because I had to study from a computer program before I met a native teacher in a small class. Additionally, there were native teachers from various countries so it made me familiar with many different accents. However, students had to be social people to utilize all facilities in the school. I am kind of an introvert, so it always made me feel awkward most of the time I spent in the school.

Finally, I settled myself in a private class of a tutoring school. I set my goal of learning in the first meeting with my tutor. Then, every lesson I studied was related to my goal. At very first lesson, I didn’t talk much due to my personality. I needed time to adjust, but the tutor was very calm. Moreover, my tutor is an observant person. He designed the class and selected the topic that suited me right down to the specifics. Each lesson is different. It is unpredictable; the class for this week differs from the last week. The lessons do not depend on individual books, the tutor uses and introduces various resources for learning English online and offline. Therefore, every class each week offers new opportunities to learn in a fresh way.

One of the incredible aspects of being human is discovery. New experiences cycle through our brains in the form of electrical signals in hopes of finding something new. To be excited is to be human.

Each type of schools has its own advantage. It depends on us to choose what is the right for our taste and then walk our own path. The private tutoring class is the best choice for me, especially in speaking.

เมื่อการแสวงหาโรงเรียนสอนภาษาคือเรื่องสำคัญ

 ทุกวันนี้ภาษาอังกฤษถูกยอมรับให้เป็นภาษาสากลที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ ความสามารถทางภาษาอังกฤษดูเหมือนจะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน แต่การเรียนภาษาใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้นหลายคนจึงหาตัวช่วยคือโรงเรียนสอนภาษา ซึ่งวันนี้มีตัวเลือกให้เลือกมากมาย แต่โรงเรียนแบบไหนล่ะจึงจะเหมาะสมกับการเรียนรู้ของเรา

 ฉันเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนสอนภาษาหลากหลายแห่ง ทั้งในห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีคนเรียนมากกว่าสิบคน ห้องเรียนสี่ถึงห้าคน โรงเรียนสอนภาษาที่ต้องพูดภาษาอังกฤษทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในและทำกิจกรรมทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ (แม้บางทีก็จะแอบพูดภาษาไทยบ้างก็ตาม) โรงเรียนที่สามารถจัดตารางเรียนเองได้ รวมไปถึงห้องเรียนส่วนตัวที่เรียนตัวต่อตัวกับอาจารย์เจ้าของภาษา ทุกแห่งมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญที่ฉันตระหนักในการสมัครเรียนสักที่คือที่นั้นจะต้องเหมาะสมกับสไตล์การเรียนรู้ของฉันและน่าจะช่วยให้ฉันบรรลุเป้าหมายในการเรียนภาษาของตนเอง

 ฉันเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนป.5 จนม.3 ภาษาอังกฤษของฉันก็ยังไม่พัฒนาสักที จนฉันเริ่มมองหาโรงเรียนสอนภาษา แต่กว่าจะเริ่มเรียนจริงๆ จังๆ ก็ตอนเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนั่นแหละ ฉันเริ่มเรียนในสถาบันสอนภาษาที่มีชื่อ เรียนในห้องเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ฉันพบกับเพื่อนมากมาย แต่ก็ทำให้มันเป็นไปได้น้อยมากที่จะฝึกพูดกับครูเจ้าของภาษา ทักษะด้านอื่นๆ เช่น อ่าน เขียน ของฉันจึงพัฒนาล้ำหน้าไปกว่าทักษะการพูด นอกจากนี้โรงเรียนขนาดใหญ่มักมีแผนการสอนที่ตายตัวและขึ้นอยู่กับหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง จึงทำให้บางครั้งมันก็น่าเบื่อและขาดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้

 ฉันจึงเริ่มมองหาโรงเรียนแห่งใหม่ที่จะทำให้ฉันมีโอกาสฝึกการพูดมากขึ้น ฉันจึงตกลงปลงใจสมัครเรียนกับโรงเรียนที่มีบรรยากาศภาษาอังกฤษ 100% ซึ่งฉันสามารถจัดตารางเรียนของตัวเองได้ด้วย ฉันได้พัฒนาทักษะการฟังจากโรงเรียนแห่งนี้ เพราะฉันต้องเรียนกับบทเรียนในคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะได้เข้าห้องเรียนเล็กๆ ไปเรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษา ซึ่งมีอาจารย์จากหลากหลายประเทศ ทำให้ฉันได้ทำความคุ้นเคยกับสำเนียงต่างๆ กัน อย่างไรก็ตามการจะใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในโรงเรียนแบบนี้ นักเรียนจำเป็นจะต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในระดับหนึ่ง ฉันซึ่งเป็นคนเก็บตัว ขาดทักษะทางด้านสังคม จำชื่อและหน้าของใครต่อใครไม่ค่อยจะได้ จึงมักจะรู้สึกอึดอัดเสมอเมื่ออยู่ในโรงเรียน

 สุดท้าย ฉันก็มาลงตัวที่ห้องเรียนตัวต่อตัว ฉันและครูเริ่มต้นจากทำข้อตกลงร่วมกัน ตั้งเป้าหมายร่วมกัน จากนั้นทุกๆ บทเรียนที่ฉันเรียนมักจะมีจุดประสงค์เพื่อให้ฉันเริ่มพัฒนาทักษะการพูดของตัวเอง ในคลาสแรกๆ ฉันไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นัก แต่ครูของฉันก็อดทน และค่อยเป็นค่อยไปกับฉันมาก และเพราะความช่างสังเกตของครู ทำให้แต่ละบทเรียนได้ถูกวางแผนและเลือกหัวข้อที่ตรงกับความสนใจของฉัน ดังนั้นในการเรียนแต่ละครั้งจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จนไม่สามารถคาดเดาได้ เหมือนกับสถานการณ์ที่หลากหลายที่เราจะได้พบในชีวิตจริงซึ่งเราไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน นอกจากนี้ฉันยังได้รู้จักแหล่งข้อมูลใหม่ๆ เว็บไซต์และแอพลิเคชั่นต่างๆ ที่ช่วยในการเรียนภาษาอังกฤษ

 สุดท้ายมันไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนอย่างเดียวที่จะช่วยให้เราเก่งภาษาอังกฤษ แต่ตัวเราก็จำเป็นต้องฝึกฝนอยู่เสมอ โรงเรียนแต่ละแบบก็ให้เครื่องมือในการเรียนรู้และมีจุดเด่นแตกต่างกัน อยู่ที่ผู้เรียนจะเป็นคนเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้ตัวเอง ส่วนฉันนั้นพบแล้วว่า ห้องเรียนตัวต่อตัวเหมาะสมกับฉันมากที่สุด เพื่อช่วยให้ฉันพัฒนาทักษะการพูดให้ได้

Categories: